หนังใหม่: Kimetsu No Yaiba : Mugen Ressha Hen ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่ แม้ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาเรื่องการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ แต่ภาพยนตร์ Kimetsu No Yaiba : Mugen Ressha Hen ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่ : ศึกรถไฟสู่นิรันดร์ ยังทำรายได้อย่างต่อเนื่อง โดยในสัปดาห์แรกที่เข้าฉาย (รวมรอบพิเศษ) ทำรายได้ไปถึง 21.9 ล้านบาท (รวมทั่วประเทศ 45.8 ล้านบาท) และยังคงเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงเป็นอันดับสองในสัปดาห์นี้ โดย ดาบพิฆาตอสูร THE MOVIE: ศึกรถไฟสู่นิรันดร์ รายได้ 12.8 ล้านบาท (รวมทั่วประเทศ 109.6 ล้านบาท) ซึ่งเป็นภาพยนตร์อนิเมะญี่ปุ่นที่มาแรงที่สุดของปีนี้ ที่ทำเงินทะลุร้อยล้านไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Kimetsu No Yaiba : Mugen Ressha Hen หรือ ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่ ตอน ศึกรถไฟสู่นิรันดร์ อนิเมะเวอร์ชั่นภาพยนตร์จะบอกเล่าเรื่องราวต่อจากมังงะเวอร์ชั่นหนังสือ เล่มที่ 7 หรือจากอนิเมะ ซีรีส์ตอนที่ 26 เมื่อทันจิโร่ และเพื่อนๆ นักล่าอสูรได้ฟื้นฟูสภาพร่างกายกลับมา หลังจากที่ได้ต่อสู้กับข้างแรม 5 เสร็จแล้ว พวกเขาก็ได้รับมอบหมายภารกิจใหม่ ให้เดินทางไปตรวจสอบการหายตัวอย่างลึกลับของเหล่าผู้คนบนรถไฟสายหนึ่ง และที่นั่นเอง เขาก็ได้พบกับ เร็นโกคุ เคียวจูโร่ เสาหลักแห่งไฟ ซึ่งเป็น 1 ใน 9 เสาหลัก โดยหารู้ไม่ว่าบนขบวนรถไฟนั้นมี 1 ในข้างแรม “เอ็นมุ” รอต้อนรับการมาของพวกเขาอยู่โดยที่ไม่มีใครรู้ตัว หรือว่าการต่อสู้ของพวกเขาในครั้งนี้ จะทำให้พวกเขาต้อง “สู่ห้วงแห่งความฝันอันเป็นนิรันดร์” ก็ยากที่จะมีใครรู้

เรื่องย่อ เรื่องราวที่ต่อเนื่องทันทีจากฉบับอนิเมะซีรีส์ เมื่อก๊วนเพื่อนของทั้ง ทันจิโร่ และ เนซึโกะ ได้รับภารกิจให้ไปสืบสวนหาสาเหตุการหายตัวไปของผู้คนบนขบวนรถไฟสู่นิรันดร์ พวกเขาจึงได้รู้ว่าบนขบวนรถไฟลำนี้มีอสูรทรงพลังซ่อนตัวอยู่ แต่คราวนี้พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องต่อสู้กันตามลำพัง เพราะเสาหลักแห่งไฟ เรนโงคุ ได้เข้าร่วมศึกด้วย นี่จึงกลายเป็นการต่อสู้เพื่อช่วยเหลือผู้คนบริสุทธิ์บนขบวนรถไฟแห่งฝันร้าย

ด้วยข้อมูลในตอนนี้ที่หนังยังไม่ลาโรงในบ้านเกิด หนังก็เป็นเจ้าของสถิติรายได้สูงสุดตลอดกาลอันดับ 3 ในญี่ปุ่น เป็นรองเพียงหนังดังอย่าง Spirited Away และ Titanic เท่านั้น น่าจะทำให้หนังแอนิเมะเรื่องนี้ไปไกลกว่าแค่หนังเด็กธรรมดา และจำเป็นต้องพินิจมันอย่างหนังเรื่องหนึ่งที่กระแทกไหล่หนังคนแสดงชั้นดีได้ด้วย

Kimetsu no Yaiba หรือรู้จักกันดีในไทยในชื่อ ดาบพิฆาตอสูร เดิมเป็นผลงานมังงะที่ลงในนิตยสารเด็กผู้ชายยอดนิยมอย่าง จัมป์รายสัปดาห์ ที่ก่อให้เกิดกระแสความฮิตเกินคาดด้วยยอดขายในฉบับหนังสือรวมกว่า 44 ล้านเล่ม และมียอดขายไลท์โนเวลทั้ง 2 เล่มรวมถึง 1.2 ล้านเล่ม ด้านเพลงเปิดซีรีส์เองก็ฮิตมากเช่นกัน เพราะเพลง Gurenge ก็ทำยอดจำหน่ายแผ่นไปกว่า 100,000 ก็อปปี้ด้วย

เรียกว่าคอนเทนต์ของดาบพิฆาตอสูรจะไปจับสื่อใดก็คะเนความสำเร็จได้ไม่ยากเลย ไม่แปลกที่ทางญี่ปุ่นเองจะรีบสานต่อความดังหลังจากแอนิเมะซีรีส์ในซีซันแรกได้จบลงพร้อมคำวิจารณ์ที่ดีมาก ๆ (Rotten Tomatoes 100% และ IMDb 8.7/10) ด้วยการเดินเนื้อหาต่อเนื่องทันทีในฉบับหนังโรง แบบไม่ต้องรอซีรีส์ซีซัน 2 แต่อย่างใด

ซึ่งจะว่าไปนั่นก็นับเป็นข้อเสียใหญ่ ๆ ข้อเดียวที่นึกออกของตัวหนัง เพราะเมื่อลองทำหัวแบบคนไม่เคยอ่านมังงะ ไม่เคยดูแอนิเมะ ไม่รู้จักอะไรมาก่อนเลยแล้วมาดูหนังเรื่องนี้ รับรอง ไม่อิน และอาจขัดใจบางอย่างเอาเสียด้วยซ้ำ ด้วยตัวเนื้อหานั้นมีดราม่าใหญ่ ๆ ที่ติดตามตัวละครหลักมาตั้งแต่ต้นด้วย และหนังก็เลือกจะเล่าต่อแบบไม่ย้อนความใด ๆ มากนัก ไม่ว่าจะปมครอบครัวของตัวเอกอย่างทันจิโร่ ทำไมน้องสาวอย่างเนซึโกะถึงเป็นอสูร และตัวละครอื่น ๆ ทำไมถึงมีบุคลิกประหลาด ๆ มากมายอย่างนั้น

ตรงนี้คงต้องบอกเลยว่าคุณอาจจะพอมาจูนเข้าใจเรื่องเอาในโรงได้บ้าง แต่คุณจะไม่เข้าใจอารมณ์ของมันจริง ๆ เช่นความเศร้าเสียใจของตัวเอกที่สูญเสียครอบครัว ความห่วงใยที่มีต่อน้องสาว ความสำคัญของเสาหลักและอสูรข้างขึ้น และอีกหลาย ๆ อย่าง แล้วพาลอาจไม่ชอบใจไปเสียมากกว่า แนะนำไปหามังงะ/แอนิเมะดู หรืออย่างน้อยให้เพื่อนที่ดูเล่าให้ฟังก็ยังดีครับ

สำหรับใครที่ไม่ติดปัญหาดังกล่าว ก็ต้องบอกเลยว่านี่คือหนังที่สร้างมาเซอร์วิสแฟนมากถึงมากที่สุด ทุกอย่างที่เคยชอบหรือเป็นจุดเด่นในฉบับแอนิเมะ ก็ถูกนำมาใช้แล้วขยายให้ว้าวขึ้นไปอีก ไม่ว่าจะฉากแอ็กชันที่อัดมันกันเน้น ๆ ยาว ๆ ด้วยว่าตัวเนื้อหาในฉบับหนังนี้ก็คัดเอามาแต่ที่จะส่งให้บทแอ็กชันเป็นส่วนใหญ่ทั้งนั้นไม่ว่าจะ

การต่อสู้กับอสูรรถไฟที่เรียกว่าไม่ต้องมีปี่มีขลุ่ยใด ๆ เข้าเรื่องไวมาก (ถึงบอกว่าใครไม่รู้เรื่องมาก่อนมีงงแหง) และบอกได้เลยว่าอสูรรถไฟเป็นเพียงน้ำจิ้มให้ครึ่งหลังยิ่งมันกระชากวิญญาณยิ่งกว่า ซึ่งฉากการต่อสู้บนรถไฟไอน้ำที่เป็นเวทีหลักของหนังในครั้งนี้เองก็แปลกใหม่ น่าตื่นเต้น เมื่อปลุกเร้าเหยาะปรุงรสด้วยเหยื่อคนบริสุทธิ์กว่า 200 ชีวิตที่เป็นตัวประกัน แถมด้วยดราม่าขับเน้นงาม ๆ ของฝั่งตัวละครหลัก ตัวละครประกอบที่ล้วนถูกชะตากรรมและความชั่วช้าของอสูรล่อลวงอย่างน่าเวทนา